ramdom10.jpg

จักรวาลบอกว่า พระเจ้าของเรายิ่งใหญ่ (2)

นี่คือสมาชิกที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังที่ชื่อว่า “จักรวาล” นะครับ   แล้วลองคิดดูว่าจักรวาลจะใหญ่โตขนาดไหนที่จะบรรจุสมาชิกทั้งหมดนี้เอาไว้ให้อยู่ด้วยกัน เท่านั้นยังไม่พอ ดาวเหล่านี้ยังอยู่ด้วยกันอย่างมีระบบระเบียบอีกด้วย และระยะห่างของดาวแต่ละดวง ไม่ใช่แค่ระยะที่ตาเห็นในแผนภาพที่ปะไว้ในห้องเรียนนะครับ ดาวแต่ละดวงอยู่ห่างจากกันมากๆ มากๆ มากๆ .... มากขนาดไหนขออนุญาตอ้างอิงความรู้จากหนังสือ “ประวัติย่อของเกือบทุกสิ่ง”  (A Short History of Nearly Everything) ซึ่งพูดถึงระยะทางในสุริยจักรวาลของเราไว้ว่า
“ที่จริงแล้ว ระยะทางห่างไกลขนาดนั้นต้องถือว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่จะวาดสุริยจักรให้ถูกต้องตามมาตราส่วน ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน ถึงแม้จะใช้หน้ากระดาษในหนังสือมาพับซ้อนกันหรือใช้กระดาษโปสเตอร์ขนาดยาวเฟื้อยก็ยังไม่เข้าใกล้ความจริง  ในแผนผังของสุริยจักรวาลที่ได้มาตราส่วนนั้น ถ้าโลกหดเล็กลงเหลือเท่าเมล็ดถั่ว ดาวพฤหัสจะต้องอยู่ห่างออกไปมากกว่า 300 เมตร และดาวพลูโตต้องอยู่ห่างออกไปสองกิโลเมตรคึ่ง (แถมยังต้องมีขนาดเท่าแบคทีเรียอีกต่างหาก คุณจึงไม่มีโอกาสได้เห็นมันอยู่ดี)  ในมาตราส่วนเดียวกัน ดาวพร็อกซิมา เซนเทารี (Proxima Centauri) ซึ่งเป็นดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้ที่สุด จะอยู่ห่างออกไป 16,000 กิโลเมตร  แม้ถ้าคุณจะหดทุกสิ่งทุกอย่างลงมาจนดาวพฤหัสเหลือเล็กเท่าจุดฟูลสต๊อป และดาวพลูโตเล็กเท่าหนึ่งโมเลกุล พลูโตก็ยังต้องอยู่ห่างออกไปมากกว่า 10 เมตรอยู่ดี”

สิ่งที่ได้บรรยายมานี่เป็นอะไรที่เกินความคิดความเข้าใจที่เคยมีมาตลอดเวลาที่ผ่านมาจริงๆ  (จากแผนภาพที่เราเห็นติดตากันมาตลอดในช่วงวัยเรียน)  ดวงดาวต่างๆ อยู่ห่างไกลกันขนาดนี้ สิ่งที่เดินทางได้เร็วที่สุด คือ แสง ก็ยังต้องอาศัยการเดินทางเป็นปีๆ กว่าเราจะข้ามไปยังดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้ที่สุดได้  นี่คือดวงดาวที่กระจุกกันอยู่ภายในกาแล็กซี่เดียวกัน  (ซึ่งมีเป็นแสนล้านดวง)  ดาววีวายฯ คือดาวที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่มนุษย์จะค้นพบได้ครับ แสดงว่ามีความเป็นไปได้สูงว่าจะมีดาวที่ใหญ่กว่าดาววีวายฯ อีกแน่นอน เพราะในจักรวาลทั้งหมดมีกาแล็กซี่เช่นเดียวกับกาแล็กซี่ทางช้างเผือกของเราอีกเป็นแสนล้านกาแล็กซี่

ความใหญ่โตโอฬารของจักรวาลนี่ มันสุดแสนจะจินตนาการได้จริงๆ   แล้วลองคิดดูก็แล้วกันว่า ผู้ที่สร้างสรรพสิ่งเหล่านี้ ทั้งสมาชิกภายในบ้าน รวมถึงบ้านหลังนี้ จะไม่ยิ่งใหญ่อย่างไรได้  

ถ้าวันนี้ คุณได้รับกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของที่ดินในพื้นที่ถนนสีลมทั้งสาย จากมูลค่าทรัพย์สินที่ถือครองอยู่ คุณคงจะกลายเป็นอภิมหาเศรษฐีของประเทศไทยไปในพริบตา เพราะขนาดแค่เป็นเจ้าของตึกสักตึกหนึ่งบนถนนสีลม คุณก็เป็นเศรษฐีระดับแนวหน้าได้สบายๆ แล้ว  พื้นที่เล็กๆ แค่นี้ ยังมีมูลค่าทำให้คุณร่ำรวยได้ขนาดนี้  แล้วพื้นที่ขนาดที่พระเจ้าครอบครองอยู่ทั่วทั้งจักรวาลล่ะ คุณคิดว่าพระเจ้าของเราร่ำรวย มั่งคั่ง ยิ่งใหญ่ เกรียงไกร สุดแสนจะพรรณาขนาดไหน

แต่ดูเถิด ถ้าพระเจ้าจะให้กับเราในสิ่งเหล่านี้ และเราร่ำรวยมั่งมีขึ้น เราก็อาจเผลอคิดว่าเรายิ่งใหญ่ และทะนงตนว่าเราเก่งกาจสามารถ  ในทางกลับกัน นักวิชาการบอกว่าพื้นที่ในกรุงเทพฯ กำลังทรุดตัวลงปีละ 3 ซม. และในอีก 10-20 ปีข้างหน้า มีนักวิชาการได้พยากรณ์ไว้ว่ากรุงเทพฯ จะเป็นกลายเป็นนครใต้บาดาล ทุกอย่างจะลงไปอยู่ใต้ผืนทะเลทั้งสิ้น  วันนั้น พื้นที่ถนนสีลมทั้งสาย (แถมพื้นที่สาธร สุรวงศ์ สามย่านให้ด้วย) กลับกลายมีมูลค่าเพียงแค่ 0 บาทเท่านั้น   


จักรวาลและสรรพสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้เปิดเผยความใหญ่ยิ่งของผู้ที่สร้างมันขึ้นมา  แค่เพียงเราจินตนาการยังไม่สามารถทำได้อย่างสมบูรณ์เลย   โรม 1.20 กล่าวไว้ว่า “เพราะตั้งแต่ทรงสร้างโลก เราก็เห็นและเข้าใจสภาวะที่เราไม่อาจมองเห็นได้ของพระเจ้า คือ ฤทธานุภาพนิรันดร์และเทวสภาพของพระองค์อย่างชัดเจนจากสิ่งที่ทรงสร้าง ดังนั้นมนุษยจึงไม่มีข้อแก้ตัวเลย” (ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)   ใช่แล้ว เราไม่มีข้อปฏิเสธเลยว่าพระเจ้าทรงเป็นจริง

 

บทเพลงบทหนึ่งได้ถูกเขียนขึ้นเพื่อพรรณาถึงความยิ่งใหญ่ขององค์พระผู้เป็นเจ้าและจักรวาลที่พระองค์ทรงสร้างไว้ ชื่อเพลงว่า How Great Thou Art  (How Great You Are)  หรือ พระเจ้ายิ่งใหญ่   เพลงนี้เป็นเพลงฮิมน์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดตลอดกาลเป็นอันดับ 2 (รองจาก Amazing Grace) จากการจัดอันดับโดยนิตยสาร Today’s Christian ในปี 2001

บทเพลงฮิมน์บทนี้เขียนขึ้นในปี 1885 โดยกวีชาวสวีเดนมีนามว่า Carl Gustav Boberg เป็นเพลงพื้นเมืองภาษาสวีเดน  หลังจากนั้นมีหลายต่อหลายคนได้ถ่ายทอดออกมาเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้มีการแปลถ่ายทอดออกมาหลายเวอร์ชัน จนกระทั่งเป็นเวอร์ชันที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด คือ เวอร์ชันปัจจุบันนี้  แปลโดย Stuart K. Hine


Verse 1:
O Lord my God! When I in awesome wonder
Consider all the works Thy hands have made.
I see the stars, I hear the rolling thunder,
Thy power throughout the universe displayed.
Refrain:
Then sings my soul, my Saviour God, to Thee;
How great Thou art, how great Thou art!
Then sings my soul, My Saviour God, to Thee:
How great Thou art, how great Thou art!

ดูเนื้อเพลงที่ฉบับสมบูรณ์ได้ที่นี่  "How Great Thou Art"

มาถึงจุดนี้ หากเราตระหนักได้ถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า เราคงตัวสั่นเทิ้มเมื่อพระเจ้าผู้ทรงยิ่งใหญ่เสด็จมาท่ามกลางเสียงสรรเสริญของเราในที่ประชุม  พระเจ้าผู้กระทำพระมหัตถกิจอันเกินจินตนาการของมนุษย์ได้เสด็จมาประทับอยู่เคียงข้างเราและภายในเราทุกคน   ถึงแม้พระเจ้าจะทรงยิ่งใหญ่ แต่พระองค์ทรงรักเราอย่างสุดหัวใจ  ดาวิดได้กล่าวถึงความประทับใจนี้ไว้ใน สดุดี 8.3-5  “เมื่อข้าพระองค์เพ่งพินิจฟ้าสวรรค์ อันเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์  ดวงจันทร์และดวงดาวทั้งหลายที่พระองค์ทรงตั้งไว้  มนุษย์ที่ต้องตายเป็นใครหนอ พระองค์จึงทรงพะวงถึง?  บุตรของมนุษย์เป็นผู้ใด พระองค์จึงทรงห่วงใยพวกเขา?  พระองค์ทรงสร้างพวกเขาให้ต่ำกว่าชาวสวรรค์เพียงเล็กน้อย และทรงสวมมงกุฎแห่งศักดิ์ศรีและเกียรติให้พวกเขา” (อมตธรรมร่วมสมัย)

ดังนั้น เมื่อบทเพลง “พระเจ้ายิ่งใหญ่” ดังก้องขึ้นมาเมื่อไร ขอให้เรานมัสการพระองค์อย่างสุดเสียงสุดชีวิตของเราเพื่อยกยอพระเกียรติแด่พระเจ้าผู้ทรงยิ่งใหญ่เหนือสรรพสิ่งใดๆ และความรักที่พระองค์ทรงมีต่อเราทั้งหลาย